1. Evidence Before Interpretation
ยึดหลักฐานก่อนการตีความ — วิเคราะห์และสรุปจากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ โดยไม่ตั้งข้อสรุปล่วงหน้าและไม่ตีความเกินกว่าที่หลักฐานรองรับ
2. Reference, Not Redefinition
อ้างอิง ไม่ใช่บัญญัติใหม่ — TEERF รวบรวม เปรียบเทียบ วิเคราะห์ และอธิบาย มิได้สร้างความหมายใหม่หรือแทนที่พจนานุกรม กฎหมาย หรือมาตรฐานสากล
3. Preserve Original Meaning
รักษาความหมายดั้งเดิม — หากแหล่งอ้างอิงใช้คำต่างกัน ต้องนำเสนอความหมายตามแหล่งนั้นและอธิบายบริบท ไม่ทำให้ความหมายที่ต่างกันกลายเป็นความหมายเดียวโดยไม่มีหลักฐาน
4. Traceability
ตรวจสอบย้อนกลับได้ — ข้อความสำคัญ ข้อสรุป และข้อเสนอควรระบุแหล่งอ้างอิงหรือเส้นทางตรวจสอบได้ชัดเจน
5. Distinguish Facts from Interpretation
แยกข้อเท็จจริงออกจากการวิเคราะห์ — เนื้อหาแบ่งสถานะเป็น Source Text, Verified Fact, Comparative Analysis และ TEERF Synthesis
6. Evidence Hierarchy
พิจารณาหลักฐานตามประเภทและน้ำหนัก — ภาษาไทย ตัวบทกฎหมาย คำแปล มาตรฐานสากล และการใช้จริงทำหน้าที่ต่างกัน ไม่มีแหล่งใดถูกย้ายไปแทนสถานะของอีกแหล่งหนึ่ง
7. Context Matters
ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท — คำเดียวกันอาจทำหน้าที่ต่างกันในภาษา กฎหมาย นโยบาย งานวิชาการ การแปล และการสื่อสารสาธารณะ
8. Harmonization with Respect
สร้างความสอดคล้องโดยเคารพความแตกต่าง — ส่งเสริมการใช้คำอย่างสอดคล้องโดยไม่ลบความแตกต่างที่มีอยู่ในแหล่งอ้างอิง
9. Public Benefit
ประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ — ผลผลิตมุ่งสนับสนุนการวิจัย การศึกษา นโยบาย กฎหมาย การแปล และการสื่อสารที่รับผิดชอบ
10. Explicit Uncertainty
แสดงความไม่แน่นอนอย่างชัดแจ้ง — เมื่อหลักฐานไม่สอดคล้องหรือยังสรุปไม่ได้ TEERF จะไม่ฝืนสรุป แต่ระบุช่องว่าง เหตุผล และขอบเขตของความไม่แน่นอนอย่างโปร่งใส
ปฏิญญา TEERF: เราจะไม่ตัดสินว่าคำใด “ถูก” หรือ “ผิด” หากแต่อธิบายว่าคำแต่ละคำหมายถึงอะไร ใช้อย่างไร มีหลักฐานใดรองรับ และสัมพันธ์กับคำอื่นอย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันบนฐานของหลักฐานที่ตรวจสอบได้